รวม 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบิทคอยน์ ฉบับมือใหม่

Number five

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! เมื่อปี 2010 มีคนหนึ่งถือเงินบิทคอยน์ไว้ 10,000 บิทคอยน์ ซึ่งในตอนนั้นจำนวนเงินดังกล่าวสามารถนำไปซื้อพิซซ่าได้แค่ 2 ถาด แต่ถ้ากำเงินนั้นไว้จนถึงตอนนี้ เขาจะกลายเป็นเศรษฐีพันล้านในชั่วพริบตา และคงไม่มีการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนดีเท่านี้อีกแล้ว.

 

เรื่องเล่าที่แฝงความจริงแบบนี้นี่เองที่ทำให้ใครหลายคนสนใจนำเงินจริงมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลบิทคอยน์กันมากขึ้น บ้างก็เพื่อเก็งกำไร บ้างก็เพื่อรองรับอนาคต แต่ยังไงก็ตามเงินบิทคอยน์ยังมีรายละเอียดให้ศึกษาอีกมากมาย ซึ่งวันนี้ทางเรา ThaiBTC ก็ได้รวบรวม 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบิทคอยน์ มาให้คนที่สนใจได้อ่านกัน.

 
 

1) บิทคอยน์มาจากไหน

ใครหลายคนคงสงสัยกันอยู่ว่าจริงๆ แล้วบิทคอยน์มาจากไหนกันแน่ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ จะมีเหมืองอยู่เหมืองหนึ่งที่ให้คนทั่วไปเข้าไปขุดของจากเหมืองนั้นออกมา ซึ่งแน่นอนของที่ว่านี้คือบิทคอยน์ ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการขุดก็เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป เช่น การ์ดจอ ซีพียู และ ASICs แต่ยังไงก็ตามหากใครไม่มีเครื่องมือหรือเวลาขุดแล้วล่ะก็ สามารถนำเงินบาทมาแลกเปลี่ยนเป็นบิทคอยน์ได้ที่นี่ ThaiBTC.com

 

2) บิทคอยน์มีจำนวนจำกัด

ถึงแม้จะเปิดให้คนทั่วไปสามารถมาขุดเอาเงินบิทคอยน์ออกจากเหมืองได้ แต่ผู้สร้างบิทคอยน์ หรือ ซาโตชิ นาคาโมโตะ (นามแฝง) ได้จำกัดจำนวนบินคอยน์ไว้แค่ 21 ล้านบิทคอยน์เท่านั้น และแบ่งย่อยออกมาเป็น 8 หน่วย หรือ 8 ทศนิยม เช่น 0.00000001 บิทคอยน์ โดยเรียกหน่วยย่อยนี้ว่า ซาโตชิ เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้สร้าง

 

เมื่อมีจำกัดก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้บิทคอยน์มีค่า ซึ่งเราวิเคราะห์ไว้อย่างละเอียดในโพส ทำไมบิทคอยน์จึงมีค่า และก็อย่าลืมไปส่องดู Bitcoin Pizza ใน Twitter กันนะ

 
 


 

3) กระเป๋าเงินบิทคอยน์แบบต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลจริงหรือสกุลดิจิตอลต้องมีกระเป๋าเงินไว้รองรับด้วยกันทั้งนั้น แต่กระเป๋าเงินบิทคอยน์ (Bitcoin Wallet) จะต่างไปจากกระเป๋าเงินจริงนิดหน่อยตรงที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ทั้ง Desktop Wallet, Mobile Wallet, Paper Wallet และ Hardware Wallet ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละประเภทจะมีการใช้งานที่ต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแบบจัดเต็มได้ที่นี่ เก็บบิทคอยน์ให้ปลอดภัย

 

4) ที่อยู่บิทคอยน์ และกุญแจคืออะไร

หากเปรียบกระเป๋าเงินบิทคอยน์เป็นบัญชีที่ใช้เก็บเงินแล้ว ที่อยู่บิทคอยน์ (Bitcoin Address) ก็เหมือนกับเลขที่บัญชีที่ให้คนอื่นๆ โอนเงินบิทคอยน์มาหาเรา โดยจะมี 26 – 35 ตัวอักษร. สำหรับ กุญแจ (Private Key) นั้นจะคล้ายกับลายเซ็นในการเปิดดูบัญชีหรือรหัสผ่าน ใช้ในการโอนเงินบิทคอยน์

 
 

Bitcoin private key

กุญแจทำให้สามารถใช้บิทคอยน์ในที่อยู่นั้นได้


 

5) บิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่ตรวจสอบได้

ทุกธุรกรรมที่ใช้บิทคอยน์จะถูกเก็บไว้เป็นสาธารณะและจะอยู่ในระบบเน็ตเวิร์คตลอดไป ไม่อาจลบได้ นั่นหมายความว่าทุกคนมีสิทธิ์เห็นการใช้เงินบิทคอยน์ของเรา แต่ยังไงก็ตามข้อมูลผู้ใช้ในที่อยู่บิทคอยน์นั้นยังถูกปกปิดอยู่ จนกระทั่งนำเงินบิทคอยน์ไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราทุกคนควรใช้ที่อยู่บิทคอยน์เพียงแค่ครั้งเดียวและเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้คนตามตัวตนเราบนที่อยู่นั้นเจอ และ เพิ่มความเป็นส่วนตัว ในการใช้งานบิทคอยน์

 

สำหรับคนที่ยังไม่มีบิทคอยน์ก็สามารถดูวิธีการ หาบิทคอยน์ หรือซื้อผ่านหน้าเว็บ ThaiBTC ครับ

 
อ้างอิง: ที่มาข่าว และ ที่มารูปภาพ
Updated on Jul 10, 2018 @ 5:40 AM