ความเป็นส่วนตัวในบิทคอยน์ เริ่มด้วย 3 วิธี ไม่ยากอย่างที่คิด

Bitcoin privacy

ใครหลายคนอาจคิดว่าการใช้เงินบิทคอยน์ดูลึกลับ ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่แท้จริงแล้วเงินบิทคอยน์นั้นเป็นสกุลเงินที่โปร่งใสมากที่สุดในโลก เพราะสามารถตรวจสอบได้ทุกตารางนิ้วผ่านระบบ บล็อกเชน. อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเปิดให้คนทั่วไปตรวจสอบการใช้เงินได้แต่ก็ยังมี ความเป็นส่วนตัวในบิทคอยน์

 

ที่อยู่บิทคอยน์เพื่อรับส่งบิทคอยน์เป็นชื่อเสมือน 26-35 ตัวอักษร ซึ่งข้างล่างนี้ คือวิธีการป้องกันความเป็นส่วนตัวในการใช้เงินบิทคอยน์ที่เราหยิบมานำเสนอ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และไม่ยากอย่างที่คิด มาเริ่มกันเลย

 

มาทำความเข้าใจระบบการตรวจสอบของบิทคอยน์กันก่อน

ทุกธุรกรรมทางการเงินที่ใช้จ่ายด้วยบิทคอยน์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะในระบบเน็ตเวิร์คของบิทคอยน์ แถมยังถูกเก็บไว้อย่างถาวรชนิดที่ว่าไม่สามารถลบออกได้อีกด้วย ซึ่งที่อยู่บิทคอยน์ (Bitcoin Address) นี่เองที่เป็นตัวโชว์ว่าเงินบิทคอยน์ดังกล่าวถูกใช้จ่ายไปยังผู้ใช้รายใดบ้าง กล่าวคือเมื่อที่อยู่บิทคอยน์ถูกใช้ไปครั้งหนึ่งแล้ว ประวัติธุรกรรมทางการเงินนั้นจะถูกเก็บไว้ในระบบเน็ตเวิร์คของบิทคอยน์ ซึ่งคนอื่นๆ สามารถเห็นยอดคงเหลือและการจ่ายเงินของเราได้

 

Bitcoin transaction

ตัวอย่างธุรกรรมบน Blockchain.info พร้อมรายละเอียด


 

นอกจากนี้ผู้ใช้กระเป๋าเงินบิทคอยน์ (Bitcoin Wallet) ยังต้องเปิดเผยตัวตนเวลาซื้อสินค้าหรือใช้บริการผ่านเงินบิทคอยน์อีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่โปร่งใสที่สุดในโลก แต่นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้บิทคอยน์ไม่มีความเป็นส่วนตัวเช่นกัน

 

ป้องกัน ความเป็นส่วนตัวในบิทคอยน์ ด้วยการเปลี่ยนที่อยู่ทุกครั้ง

ผู้ใช้บิทคอยน์ควรเปลี่ยนที่อยู่บิทคอยน์ทุกครั้งหลังทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว (ถ้าเป็นไปได้) ทำให้คนอื่นไม่สามารถตามช่องทางการใช้เงินได้

 

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกใช้กระเป๋าเงินบิทคอยน์หลายใบในการใช้จ่ายเงินบิทคอยน์แต่ละวัตถุประสงค์ได้อีกด้วยเช่น ใช้กระเป๋าเงิน A ในการซื้อสินค้า และใช้กระเป๋าเงิน B ในการลงทุน การแยกกระเป๋าเงินแบบนี้จะทำให้แต่ละธุรกรรมที่ใช้บิทคอยน์ไม่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ เพราะคนที่เราจ่ายเงินด้วยกระเป๋า A จะไม่เห็นธุรกรรมทางการเงินที่เราทำผ่านกระเป๋า B

 

ที่อยู่บิทคอยน์

ตัวอย่างการดูที่อยู่บิทคอยน์ใน Electrum (เพิ่มความเป็นส่วนตัวในบิทคอยน์ โดยการปกปิดที่อยู่เต็ม)


 

กระเป๋าฮาร์ดแวร์ (Hardware wallet) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะราคาที่จับต้องได้ และปลอดภัยสูง ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อรับที่อยู่บิทคอยน์ใหม่ได้เรื่อยๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว. มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกใช้เช่น Trezor, Keepkey และ Opendime

 

ระวังการโพสต์ที่อยู่บิทคอยน์ในพื้นที่สาธารณะ

หากไม่ได้รับบริจาคหรืออยากให้ธุรกรรมนั้นโปร่งใสจริงๆ ไม่ควรโพสต์ที่อยู่บิทคอยน์ลงในพื้นที่สาธารณะ เช่น เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรจำไว้ว่าถ้าเราย้ายเงินจากที่อยู่บิทคอยน์นั้นไปยังที่อยู่อื่น ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในบล็อกเชนของบิทคอยน์ และคนอื่นๆ จะตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังไม่ควรโพสต์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมหรือการซื้อขายที่ ทำให้คนอื่นๆรู้ที่อยู่บิทคอยน์ของเราอีกด้วย นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ เก็บบิทคอยน์ได้อย่างปลอดภัย

 

ทั้งนี้การที่บิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ อาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ทางนักศึกษาจากสหรัฐอเมริกาได้วางแผนต้านการค้ากามผ่านการตรวจสอบบล็อกเชนของบิทคอยน์ ซึ่งหากพวกเขาทำสำเร็จแล้วล่ะก็ เจ้าหน้าที่จะสามารถระบุตัวตนของคนซื้อโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีในเว็บไซต์ต่างๆ ที่รับเงินบิทคอยน์ได้

 
อ้างอิง: เนื้อหา Bitcoin.org
Updated on Jul 10, 2018 @ 5:36 AM